การถวายทาน

10

 

การถวายทานมี ๒ อย่าง คือ

๑.      ปาฏิบุคลิกทาน คือการถวายทานเฉพาะเจาะจงแก่พระภิกษุหรือสามเณรรูปใดรูปหนึ่ง การถวายแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีพิธีกรรมอะไร เพราะเป็นการถวายเป็นรายบุคคล เพียงแต่นำสิ่งของที่ตั้งใจไปถวายแก่พระภิกษุที่เราศรัทธาเฉพาะเจาะจงเท่านั้น

๒.    สังฆทาน คือ การถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ที่ไม่เจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง มอบเป็นของกลางของวัดโดยให้พระสงฆ์เป็นผู้จัดสรรสำหรับใช้สอยกันเอง การถวายสังฆทานจึงต้องมีพิธีกรรมและการกล่าวการถวายทานเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าจะถวายสังฆทานที่มีอาหารสดหรืออาหารแห้งควรที่จะถวายก่อนเที่ยง ขั้นตอนการถวายสังฆทานนั้นมีดังนี้

-   จุดธูปเทียนบูชาพระ

-   อาราธนาศีลห้าหรือรับศีลห้าจากพระสงฆ์

-   พนมมือตั้ง นโม สามจบแล้ว กล่าวคำถวายทานนั้น

-   เมื่อกล่าวคำถวายทานแล้ว ก็ประเคนสิ่งของที่จะถวายให้พระสงฆ์ แต่ถ้าสิ่งของนั้นเป็นวัตถุที่ใหญ่เช่น ตู้พระไตรปิฎก ระฆัง หรือเสนาสนะ (เสนาสนะหมายถึง วิหาร ศาลา กุฏิ รวมทั้งที่นอน เก้าอี้ เป็นต้น) ไม่สามารถยกประเคนได้ ให้ใช้น้ำหลั่งลงบนมือของพระสงฆ์ผู้เป็นประธานในพิธีก็ถือว่าได้ประเคนแล้ว

-   เมื่อถวายแล้ว ก็รับพรจากพระสงฆ์ แล้วกรวดน้ำ เป็นอันเสร็จพิธี

  คำอธิษฐานก่อนใส่บาตร

แบบที่หนึ่ง      สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ

แปลว่า ทานของเราให้แล้วด้วยดี ขอจิตของข้าพเจ้านี้จงสิ้นอาสวกิเลสเทอญ

หรือแบบที่สอง ท่านทั้งหลายไม่ว่าเทวดา หรือมนุษย์ จงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา มีพระสงฆ์เป็นต้นด้วยข้าวนี้

  คำอธิษฐานตักบาตรเทโว

ขอข้าวทุกเม็ดจงมีส่วนในบุญของข้าพเจ้า และขอน้อมถวายแด่พระสงฆ์ไว้ในพระพุทธศาสนา

                                               คำถวายสังฆทาน (ทั่วไป)

อิมานิ มะยัง ภันเต สังฆะทานานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ สังฆะทานานิ สะปริวารานิ ปฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.

แปลว่า
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย สังฆทาน กับทั้งสิ่งของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แก่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับสังฆทานกับทั้งสิ่งของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดสิ้นกาลนาน เทอญฯ

 

 

คำถวายสังฆทาน (ประเภทอุทิศผู้ตาย)

อิมานิ มะยัง ภันเต มะตะกะสังฆะทานานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ มะตะกะสังฆะทานิสะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุ อาทีนัญจะ ญาตะกานัง กาละกะตานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

แปลว่า
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายมะตะกะสังฆทาน กับทั้งของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แก่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับมะตะกะสังฆทาน กับทั้งบริวารเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย แก่ญาติของข้าพเจ้าทั้งหลายผู้ล่วงลับไปแล้ว มีบิดามารดาเป็นต้นด้วย ตลอดกาลนานเทอญ

คำถวายหนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน

            ยัคเฆ  ภันเต  สังโฆ  ปะฏิชานาตุฯ เอตานิ มะยัง ภันเต  ธัมมะปะริยายะปัณณานิ  สะปะริวารานิ  สังฆัสสะ  นิยยาเทมะฯ  สาธุ  โน  ภันเต  อะยัง  ทานัสสะ  อานิสังโส  อัมหากัญเจวะ  มาตาปิตุอาทีนัญจะ  ปิยะชะนานัง  ทีฆะรัตตัง  หิตายะ  สุขายะ  สังวัตตะตุ ฯ

แปลว่า

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ขอพระสงฆ์จงรับทราบ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอมอบถวายหนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน  พร้อมกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้  แก่พระภิกษุสงฆ์  เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย  ขออานิสงส์แห่งการถวายหนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทานนี้ จงเป็นไปเพื่อประโยชน์  เพื่อความสุข  แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย  แก่ปิยชนทั้งหลาย  มีมารดาบิดาเป็นต้นด้วย  ตลอดกาลนาน เทอญ ฯ

                        คำอธิษฐานถวายปัจจัยกัณฑ์เทศน์ (สำหรับนำปัจจัยปักไว้ที่กระถางพุ่มกัณฑ์เทศน์)

แบบที่๑  ทรัพย์ของข้าพเจ้าบริสุทธิ์ดีแล้ว ขอน้อมถวายเป็นปฏิบัติบูชาแด่พระสงฆ์ด้วยปัจจัยนี้ ขออานิสงค์นี้จงส่งผลให้ลูกหลาน บริวาร เป็นผู้มีปัญญา และหลุกพ้นจากอบายภูมิ

แบบที่๒ ทรัพย์ของข้าพเจ้าบริสุทธิ์ดีแล้ว ขอน้อมถวายในกัณฑ์เทศน์นี้ (เอ่ยชื่อกัณฑ์เทศน์) ขออานิสงค์นี้ จงส่งผลให้ข้าพเจ้าเป็นผู้สมปรารถนา และเป็นผู้รุ่งเรืองในสัมมาอาชีพและปัจจัยสี่

 

คำอธิษฐานถวายปัจจัยกัณฑ์เทศน์ (สำหรับนำปัจจัยใส่ย่ามพระ)

ทรัพย์ของข้าพเจ้าบริสุทธิ์ดีแล้ว ขอน้อมถวายปัจจัยนี้แด่พระสงฆ์ ความรู้ใด ความจำใดที่พระสงฆ์รูปนี้มี ขออานิสงค์นี้จงส่งผลให้ลูกหลานของข้าพเจ้าเป็นบัณฑิต

คำถวายผ้าอาบน้ำฝน

            อิมานิ  มะยัง  ภันเต  วัสสิกะสาฏิกานิ  สะปะริวารานิ  ภิกขุสังฆัสสะ  โอโณชะยามะ  สาธุ  โน  ภันเต  ภิกขุสังโฆ  อิมานิ  วัสสิกะสาฏิกานิ  สะปะริวารานิ  ปะฏิคคัณหาตุ  อัมหากัญเจวะ  มาตาปิตุาทีนัญจะ  ปิยะชะนานัง  ทีฆะรัตตัง  หิตายะ  สุขายะ ฯ

แปลว่า ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอน้อมถวายผ้าอบาน้ำฝน  พร้อมกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้  แก่พระภิกษุสงฆ์  ขอพระภิกษุสงฆ์  จงรับผ้าอาบน้ำฝน  พร้อมกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้  ของข้าพเจ้าทั้งหลาย  เพื่อประโยชน์  เพื่อความสุข  แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย  แก่ปิยะชนทั้งหลาย  มีมารดาบิดาเป็นต้นด้วย  ตลอดกาลนาน  เทอญ ฯ

 

 

Bookmark the permalink.

Comments are closed